มากับฝน โรค “มือ เท้า ปาก” โรคระบาดเด็กช่วงฤดูฝน

โรค "มือ เท้า ปาก" โรคระบาดเด็กช่วงฤดูฝน
INN news

สนับสนุนเนื้อหา

สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ เผยโรคมือ เท้า ปาก พบได้บ่อยในเด็กทารกและเด็กเล็กผู้ปกครองควรดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งในเรื่องของความสะอาด  และไม่ควรนำเด็กไปในสถานที่ที่แออัด หากพบอาการผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว

นายแพทย์ภาสกร ชัยวานิชศิริ รองอธิบดีกรมการแพทย์  เปิดเผยว่าโรคมือ เท้า ปาก มักพบบ่อยในเด็กทารกและเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และพบได้ประปรายในเด็กโต โดยเฉพาะเด็กที่อยู่รวมกันอย่างแออัด เช่น ในโรงเรียนอนุบาล  สถานรับเลี้ยงเด็ก ศูนย์เด็กเล็ก โรคนี้เกิดขึ้นได้ตลอดทั้งปีและจะพบเพิ่มขึ้นในฤดูฝน ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสในลำไส้ โดยเชื้อไวรัสจะเข้าสู่ปากจากการสัมผัสน้ำลาย น้ำมูก น้ำตุ่มพองและแผลของผู้ป่วย นอกจากนี้ยังเกิดจากการไอจามรดกัน


อาการของโรคมือ เท้า ปาก

นายแพทย์วิบูลย์ กาญจนพัฒนกุล รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ กล่าวถึงอาการของโรคมือ เท้า ปาก เอาไว้ดังนี้ 

  1. หลังจากเด็กได้รับเชื้อ 3-6 วัน จะมีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย

  2. ต่อมาอีก 1-2 วันจะมีอาการเจ็บปาก กลืนน้ำลายไม่ได้และไม่ยอมทานอาหาร เนื่องจากมีตุ่มแดงที่ลิ้น เหงือก และกระพุ้งแก้ม

  3. มีตุ่มพองใสแดงที่ฝ่ามือ นิ้วมือ ฝ่าเท้า และอาจพบที่ก้น เข่าทั้งสองข้างด้วย

  4. ผื่นมักจะไม่คันและหายเป็นปกติ ภายใน 7-10 วัน

  5. อาเจียนบ่อย

  6. หอบ

  7. แขนขาอ่อนแรง

  8. ชัก

เป๋นต้น

วิธีรักษาโรคมือ เท้า ปาก

โรคนี้ไม่มียารักษาโดยเฉพาะ แพทย์จะรักษาตามอาการ โดยปกติมักไม่รุนแรงและหายได้เองหากไม่มีอาการแทรกซ้อน ผู้ปกครองควรดูแลอย่างใกล้ชิด ควรรีบนำไปพบแพทย์ทันที เพราะอาจเกิดภาวะสมองอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หรือน้ำท่วมปอด ซึ่งรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ถึงแม้โรคนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน แต่ผู้ปกครองสามารถดูแลได้โดย

  1. รักษาความสะอาดล้างมือก่อนรับประทานอาหาร หลังสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย หรือภายหลังการขับถ่าย หรือเปลี่ยนผ้าอ้อมทุกครั้ง

  2. หลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของร่วมกัน เช่น แก้วน้ำ หลอดดูด ผ้าเช็ดหน้า และใช้ช้อนกลางรับประทานอาหาร

  3. ตัดเล็บเด็กให้สั้น ป้องกันการเกา

  4. ไม่ควรนำเด็กไปในสถานที่ที่แออัด เช่น ห้างสรรพสินค้า สนามเด็กเล่น สระว่ายน้ำ โดยเฉพาะในช่วงที่มีการระบาดของโรค

  5. หากเด็กเป็นโรคนี้ไม่ควรไปโรงเรียนหรือสถานเลี้ยงเด็กเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่ไปยังเด็กคนอื่น ต้องแจ้งทางโรงเรียนทราบ และควรรักษาตัวอยู่ที่บ้านจนกว่าจะหายเป็นปกติ ที่สำคัญผู้ปกครองควรสังเกตอาการหากมีอาการผิดปกติ ควรพาเด็กไปพบแพทย์โดยเร็ว

Advertisement

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ , Mthai

ภาพ :iStock

4 ข้อต้องห้ามของ”สาวอวบ” เลี่ยงซะ

ใครว่าสาวอวบหาเสื้อผ้าสวยๆ ใส่ไม่ได้ คิดผิดแล้วล่ะ! เพียงแค่รู้จักเลือกเสื้อผ้าให้เหมาะกับรูปร่างของเรา เท่านี้ก็สวยเริ่ดได้ไม่แพ้คนผอมเลยล่ะ!

Large e9238af5f3d88b7a01893800de1d179f

มีสาวอวบจำนวนไม่น้อย ที่ยังไม่สามารถเลือกใส่เสื้อผ้าให้เหมาะสมกันรูปร่างของตัวเองได้ แล้วชอบบ่นว่า “ใส่อะไรก็ไม่สวย” ขอบอกตรงนี้เลยค่ะว่า “ไม่จริง!” เพียงแค่สาวอวบทั้งหลาย เลือกเสื้อผ้าที่เหมาะกับตัวเอง และรู้ว่ารูปร่างแบบเราไม่ควรใส่เสื้อผ้าทรงไหน ก็ช่วยทำให้สาวอวบอย่างเราๆ สามารถสนุกกับการแต่งตัวได้ ไม่แพ้สาวๆ รูปร่างผอม หุ่นดีเลยล่ะค่ะ

Large d8ea2c18be119c12d3497813ecf26445

วันนี้ Spice จึงได้นำ 4 ข้อต้องห้ามในการแต่งตัวสำหรับสาวอวบมาฝากกันค่ะ หากไม่อยากอวบไปมากกว่าเดิม ก็เลิกทำซะ! จะมีข้อห้ามอะไรบ้าง ตามไปดูพร้อมๆ กันเลยค่ะ

Preload
Preload

#1 ไม่ควรใส่กระโปรงยาว

กระโปรงยาวกับสาวอวบ เป็นสิ่งที่ไม่คู่ควรกันเป็นอย่างยิ่งค่ะ เพราะยิ่งคุณใส่กระโปรงยาว มันยิ่งทำให้คุณดู “เตี้ย” และ “ตัน” มากขึ้น ยิ่งถ้าหากเป็นกระโปรงที่มีลักษณะเป็นตสุ่มบานออกจากตัวมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้ช่วงล่างของคุณดูกว้างขึ้นมากเท่านั้น 

Preload

ทางที่ดี หากต้องการใส่กระโปรง ก็ควรใส่กระโปรงที่พอดีกับเข่า หรือเลยเข่าเล็กน้อย จะได้ไม่ทำให้ดูตันจนเกินไปค่ะ

Preload
Preload


#2 ไม่ควรเลือกเสื้อคอกลม

การใส่เสื้อคอกลมของสาวอวบอย่างเราๆ ทำให้เราดูตันมากยิ่งขึ้น เพราะการใส่คอกลม ทำให้ไม่สามารถเห็นช่วงคอของเราได้มากนัก เนื่องมาจากสาวอวบมักจะคอสั้น พอยิ่งใส่เสื้อคอกลม ก็ยิ่งทำให้ไม่เห็นส่วนคอและไหล่

Preload

สาวอวบควรเลือกเสื้อที่เป็นคอวี จะช่วยพรางส่วนคอของเราให้ดูยาวมากขึ้น เพรียวมากขึ้นค่ะ

Preload
Preload
Preload
Preload
Preload




#3 เลี่ยงการใส่สกินนี่
 AdvertisementReplay Ad

เราอาจจะเคยเห็นว่ามีสาวอวบหลายคนเลือกใส่สกินนี่ เพราะคิดว่าใส่แล้วอาจจะทำให้ดูขาเล็กลง ความจริงไม่เป็นเช่นนั้นค่ะ เพราะการใส่สกินนี่มันยิ่งทำให้มองเห็นต้นขาและน่องใหญ่ๆ ได้อย่างชัดเจนขึ้นต่างหากล่ะ

Preload

 

หากต้องการให้ขาดูสมส่วน เพรียวกว่าการใส่สกินนี่ ควรเลือกมาใส่กางเกงยีนส์ทรงขาตรงแบบปกติดีกว่าค่ะ

Preload
Preload
Preload


#4 เลี่ยงการใส่กางเกงขาสั้นแบบพับขา

การที่สาวอวบอย่างเราใส่กางเกงขาสั้นพับขา มันทำให้ตัวคุณเองดูอ้วนมากขึ้นกว่าเดิมค่ะ เพราะมันทำให้ดูขาสั้นและขาใหญ่มากขึ้น หากต้องการจะใส่ขาสั้นจริงๆ ขอแนะนำว่าควรเป็นขาสั้นปกติ ที่มีความยาวอยู่เหนือหัวเข่าเล็กน้อย แต่ไม่ควรสั้นมากเกินไป แบบนี้จะทำให้ดูสมส่วนและน่ารักขึ้นค่ะ

Preload

 

เห็นไหมคะสาวๆ ไม่ได้มีแต่คนผอม คนหุ่นดีเท่านั้นนะคะ ที่จะสนุกกับการแต่งตัวสวยๆ ได้ เพราะสาวอวบอย่างเรา หากเลือกสวมใส่เสื้อผ้าให้เหมาะแล้ว ก็สนุกกับการแต่งกายได้ไม่แพ้ใคร แถมยังสวยเด่นได้อีกด้วย

ขอขอบคุณ

ภาพ :pinterest,missguided ขอบคุณข่าว Mthai

4 อันดับ คำทักทาย ‘ต้องห้าม’ ที่เสียมารยาทมาก

เคยไหม? เวลาได้ยินคำทักทายที่ดูเผินๆ แล้วก็เหมือนเป็นเรื่องปกติธรรมดาทั่วไป แต่ทำมั้ยยย…ทำไมพอได้ยินแล้วมันหงุดหงิดใจบอกไม่ถูก ยิ่งถ้าเข้าหูมาเป็นครั้งที่ 9,999,999 แล้วล่ะก็…ขุ่นพระ! ฉันอยากจะมุดดินหนีไปขั้วโลกใต้ทันที ต่อไปนี้คือ 4 คำถามติดอันดับน่าเบื่อ และอาจเสียมารยาท จนไม่ควรติดปากไปถามใคร พร้อมวิธีรับมือแบบง่ายๆ หากเราต้องเจอกับมัน

คำทักทาย

1. มีแฟนหรือยัง?

ติดอันดับหนึ่งคำทักทายตามงานรวมญาติทั่วไปที่สาวโสดได้ยินแล้วก็ได้แต่ยิ้มแหะๆตามมารยาท แต่ในใจอยากเบ้ปาก มองบน และกลอกตาเป็นวงกลมตามรอบอายุ คำถามเรื่องการมีแฟนเป็นการก้าวล่วงเรื่องส่วนตัวที่ไม่ควรทักใครถ้าไม่จำเป็น เพราะไม่มีประโยชน์อะไรกับใครเลย! สำหรับบางคนเขาก็ไม่อยากมีแฟนให้ปวดหัว อยู่เป็นโสดมีความสุขกว่า หรือไม่บางคนก็อาจจะเพิ่งเลิกกับแฟนมาหมาดๆ ยังไม่ทันหายเฮิร์ต พอได้ยินคนทักเข้าไปอาจบ่อน้ำตาแตกง่ายๆ หรือบางคนก็อยากมีนะ แต่มันยังหาไม่ได้อะ คนที่ถูกใจเราและเราถูกใจเขา (หายากนะเออ!) ฉะนั้น อย่ามาถามย้ำ ฉันทำคะแนนอยู่!

วิธีรับมือตอบไปตามความจริงแล้วรีบชิ่งหนี ไม่ต้องสนใจคำพูดจากคนที่ไม่รู้จักตัวเราจริงๆ โนแคร์โนสน มั่นใจในตัวเองเข้าไว้ค่ะ!

แต่งงาน

2. เมื่อไหร่จะแต่งงาน?

ติดอันดับรองลงมาจากเรื่องแฟนคือคำถามเรื่องแต่งงาน ซึ่งสร้างความกระอักกระอ่วนใจและกดดันไม่น้อยเลยทีเดียว (ถ้าแต่งงานแล้วก็จะโดนถามว่าเมื่อไหร่จะมีลูก) คำถามนี้ก็ก้าวล้ำเรื่องส่วนตัวคนอื่นอีกเช่นกัน เป็นคำถามที่ไร้ประโยชน์ นอกจากว่าคนที่ถามจะช่วยออกเงินจัดงานแต่งงานให้ทั้งหมด เพราะการแต่งงานไม่ใช่เรื่องเล็กเหมือนเดินไปซื้อข้าวมันไก่หน้าปากซอย มันมีเรื่องต้องวางแผนมากมายซับซ้อน และเป็นเรื่องที่คู่แต่งงานจะต้องตัดสินใจร่วมกัน ถามมากไปอาจกลายเป็นกดดันจนทำให้แฟนเค้ากลับบ้านไปทะเลาะกันก็มี (ฝ่ายหนึ่งอยากแต่ง อีกฝ่ายยังไม่พร้อม/  เมื่อไหร่เธอจะมาขอฉันแต่งงาน!) บางคู่คบกันแล้วอาจจะไม่ลงตัว พอศึกษาดูใจแล้วอาจไม่ได้ลงเอยด้วยการแต่งงานก็ได้ การแต่งงานไม่ใช่เรื่องจำเป็นสำหรับทุกความสัมพันธ์ และไม่ใช่เรื่องจำเป็นที่จะต้องไปคอยตอบคำถามใคร

วิธีรับมือ: ถ้าเจอคำถามแบบนี้ให้ใช้ตลกกลบเกลื่อนไปว่า จะใส่ซองสักกี่พันดีคะ? หรือใช้วิธีโบ้ยกลับไปหาคนถามว่า รอเธอแต่งก่อนน่ะ!

อ้วน

3. ทำไมอ้วนจัง? อ้วนขึ้นหรือเปล่า?

คำถามแบบนี้ทำให้มีเรื่องบาดหมางใจกันมานักต่อนักแล้ว เราไม่มีทางรู้หรอกว่า ใครก็ตามที่คุณเห็นว่าเขาอ้วนน่ะ เขาอาจจะเพิ่งลดน้ำหนักลงมาได้ 5 กิโลจากความพยายามออกกำลังกายอย่างหนักมา 2 เดือนเต็มแล้วก็ได้ หรือคนที่คุณเห็นว่าเขาอ้วนน่ะ เมื่อคำนวณดัชนีมวลกายออกมาแล้วอาจจะไม่ได้อยู่ในเกณฑ์อ้วนก็ได้ หรือคนที่คุณเห็นว่าเขาอ้วนน่ะ ดูดีๆนะ…คุณอ้วนกว่าเขาหรือเปล่า!?!

วิธีรับมือ: ถามตัวเองก่อนว่าเราสุขภาพแข็งแรงดีหรือเปล่า ถ้ามั่นใจว่าสุขภาพแข็งแรงดี จะอ้วนหรือไม่อ้วนก็ไม่ใช่ปัญหาของใคร จงยิ้มรับอย่างนิ่งสงบและเปลี่ยนมันให้เป็นพลังงานบวกกลับมาดูแลตัวเราให้แข็งแรงทั้งกายและใจดีกว่า!

ดำ

4. ดำขึ้นหรือเปล่า? ไปทำอะไรมา?

สำหรับสาวๆ ที่สีผิวค่อนข้างเป็นสีแทน สีน้ำผึ้ง หรือผิวสองสี ด้วยลักษณะตามธรรมชาติเวลาไปตากแดดโดนแดดอะไรมาสีผิวก็มักจะเข้มขึ้นง่ายและเห็นชัดกว่าคนที่ผิวขาว ซึ่งนำไปสู่การโดนทักอยู่บ่อยๆ จนเบื่อหรือเสียความมั่นใจ ความจริงแล้วคำทักทายประเภทที่เกี่ยวกับรูปร่าง หน้าตา สีผิวแบบนี้ค่อนข้างเสียมารยาท ไม่ควรไปทักใครถ้าไม่จำเป็นนะจ๊ะ ยิ่งเมืองไทยเป็นเมืองร้อน แดดแรง การมีผิวสีเข้มควรจะเป็นเรื่องปกติมากๆ แต่ด้วยค่านิยมผิวขาวที่ฝังลึกอยู่กับคนไทยมานานหลายทศวรรษ ทำให้เราดูเหมือนจะเซนซิทีฟต่อเรื่องสีผิวกันมาก ผิวดำขึ้นนิดหน่อยก็สังเกตเห็นกันละ หนักเข้าก็กลายเป็นคำทักทายที่ติดปากกันไปเฉย

วิธีรับมือ: ยิ้มรับคำถามด้วยความมั่นใจในสีผิวตามธรรมชาติของเรา และที่สำคัญคือตระหนักในคุณค่าของตัวเองโดยไม่หวั่นไหวไปกับความคิดหรือคำพูดของคนอื่น คำทักทายบางทีก็มาในรูปแบบของความหวังดีห่วงใยไม่มีอะไรเคลือบแฝง แต่บางครั้งก็มาในรูปแบบของความ “เผือก” เฉยๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเจอคำทักแบบไหน ขอให้เราสตรองเข้าไว้ มั่นใจในตัวเอง และมองโลกในแง่ดีเป็นที่ตั้ง–เดี๋ยวมันก็ผ่านไปค่ะ!

เรียบเรียงโดย Women Mthai Team ขอบคุณข่าว Mthai.

ถ้าทักว่า อ้วน ผอม ขาว ดำ! โทษฐานไม่รู้จักธรรมเนียมมารยาทไทย!! หวดด้วยหวาย ๕๐ ที

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ และเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์

การทักทายผู้ที่ไม่สนิทสนมมักคุ้นเกี่ยวกับร่างกาย เช่น อ้วน ผอม ดำ ขาว นั้น ธรรมเนียมไทยเราถือว่าเป็นการเสียมารยาท และถ้าผู้ถูกทักเป็นผู้ใหญ่มีอาวุโส ก็ถือว่าเป็นการล่วงเกินไม่ให้ความเคารพ

นี่เป็นมารยาทไทยข้อหนึ่งที่ควรรู้ แต่คนที่ไม่รู้มารยาทในข้อนี้ก็คงมีอยู่ไม่น้อยในสมัยรัชกาลที่ ๔ และคงจะทำให้พระองค์ท่านต้องหงุดหงิดพระราชหฤทัย จึงต้องออกประกาศฉบับที่ ๒๑๕ เมื่อวันพฤหัสบดี เดือน ๖ ขึ้น ๓ ค่ำ ปีจอ จัตวาศก ศักราช ๑๒๒๔ ห้ามมิให้กราบบังคมทักอ้วนผอมขาวดำ มีข้อความว่า

“มีพระบรมราชโองการมานพระบัณฑูรสุรสิงหนาท ให้ประกาศพระบรมวงศ์ และข้าทูลละอองธุลีพระบาทผู้ใหญ่ๆ แลพระสงฆ์ราชาคณะ พระครูฐานานุกรมและแพทย์หมอให้ทราบทั่วกันว่า ตั้งแต่นี้ไปห้ามเป็นอันขาด อย่าให้ท่านผู้ใดปราศรัยทักทายถึงพระวรกายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้วยคำว่าอ้วน ว่าผอม ว่าดำ ว่าขาว สรรเสริญก็ดี ติเตียนก็ดี แต่อย่างใดอย่างหนึ่ง คำปราศรัยอย่างนี้ไม่ดีเป็นการล่วงเกินต่ำสูงนัก อย่าได้พูดอย่าได้ใช้เลย” 

ต่อมาอีก ๒ วันก็ได้มีประกาศฉบับที่ ๒๑๖ ตามออกมา วางโทษเรื่องทักอ้วนผอม มีข้อความตอนหนึ่งว่า

“…เพราะฉะนั้นบัดนี้จึงมีพระบรมราชโองการให้ประกาศห้าม อย่าให้ล่วงเกินทักทายอย่างที่ว่าแล้ว ทั้งพระสงฆ์และคฤหัสน์ ชาววัดชาววา ถ้าพระสงฆ์จะเข้ามาในพระราชฐานวันใดเวลาใด ให้สังฆการีเชิญพระราชบัญญัตินี้มาว่ากล่าวเตือนสติให้ระวัง ด้วยพระสงฆ์มักฟั่นๆ เฟือนๆ ไหลๆ เลือนๆ ฝ่ายข้าราชการผู้ใหญ่ๆ สูงอายุเล่า ก็ให้กรมวังคอยเตือนห้ามปราม อย่าให้กราบทูลทักทายเกินเลยได้ หมอถวายอยู่งานถวายพระโอสถ มักใกล้ที่จะกราบทูลอย่างนี้ เมื่อเวลาไรเรียกหมอ ให้ชาวที่คอยกำชับให้ระวังอย่าให้กราบทูลทักทายได้ ถ้าผู้ใดมิฟังขืนกราบทูลทักทายดังนี้ จะให้ลงพระราชอาญาทวนด้วยหวาย ๕๐ ที สังฆการีแลชาวที่แลกรมวังอยู่เวรในที่เกิดขึ้นนั้น จะต้องให้รับพระราชอาญาด้วยคนละ ๓๐ ที ๒๐ ทีตามโทษานุโทษที่ได้ตักเตือนบ้าง แลไม่ได้ตักเตือนเลย ตามสถานที่ผู้กำกับนั้น คือถ้าในพระสงฆ์จะลงโทษแก่สังฆการี ถ้าในหมอจะลงโทษแก่ชาวที่ ถ้าในข้าราชการจะลงโทษแก่กรมวัง ถ้าท่านผู้ใดที่ไม่ควรจะรับพระราชอาญา คือพระสงฆ์ ก็จะให้มีเบี้ยปรับถ่ายโทษตน ถึงในข้าราชการฝ่ายในเล่า เมื่อท้าวนาง หรือท่านอื่นๆจะพาผู้ใดเข้าเฝ้า ก็ให้คอยตักเตือนห้ามปรามกำชับผู้นั้นก่อน ถ้าเกิดเหตุขึ้นเพราะผู้ที่เข้าเผ้า จะลงโทษแก่ผู้นำเฝ้านั้นด้วย ตามโทษานุโทษ

ประกาศ ณ วันเสาร์ เดือน ๖ ขึ้น ๕ ค่ำ ปีจอ จัตวาศก ศักราช ๑๒๒๔ เป็นวันที่ ๔๐๐๗ ในรัชกาลปัตยุบันนี้”

ขอบคุณข่าว mgronline.

“ตามรอย…อิคคิวซัง” ที่ซีคอนสแควร์

แชะ ช้อป ชิม ฟินเหมือนอยู่เจแปน ในงาน “ตามรอย…อิคคิวซัง” ที่ซีคอนสแควร์

ชวนแฟนการ์ตูนอิคคิวซัง มาสัมผัสเรื่องราวของเณรน้อยเจ้าปัญญา ที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น โดยเนรมิตสถานที่สำคัญต่าง ๆ จากเรื่องอิคคิวซัง ที่มีอยู่จริงในปัจจุบัน ได้แก่

  • วัดอังโคะคุจิ วัดต้นแบบในการวาดการ์ตูนเรื่องอิคคิวซัง
  • วัดคินคะคุจิ โดดเด่นด้วยปราสาทสีทองอร่ามสวยงาม ที่เคยเป็นปราสาทของท่านโชกุน
  • วัดอิคคิวจิ วัดที่พระอิคคิวสร้างขึ้น ในวัดมีรูปปั้นหินเณรน้อยอิคคิวซัง และพระอิคคิวโซจุนขนาดเทียบเท่าองค์จริง

แล้วแวะถ่ายรูปกับหุ่นจำลองการ์ตูนขวัญใจของเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น อิคคิวซัง ซาโยจัง ชินเอมอนซัง โชกุนอาชิกางะโยชิมิสึ คิเคียวยะ ยาโยยซัง

พร้อมเขียนคำอธิษฐานบนแผ่นไม้ “เอะมะ” แบบชาวญี่ปุ่น และสนุกไปกับกิจกรรม Work Shop ตุ๊กตาไล่ฝน หรือเทะรุเทะรุโบซุ แต่งแต้มสีสันตุ๊กตาไล่ฝนสุดคิ้วท์ แบบฟรี ๆ

แถมยังเต็มอิ่มจุใจกับสารพัดเมนูอาหารคาวหวานที่ไม่ต้องบินไปไกลถึงญี่ปุ่นก็ฟินได้ อาทิ ข้าวแกงกะหรี่, เนื้อย่าง, มันปู, ทาโกะยากิ, ซูชิโรล, เกี๊ยวซ่าคิงส์, ขนมโอปันยากิ ฯลฯ และช้อปสินค้าสไตล์ญี่ปุ่น อาทิ เครื่องราง ชุดกิมโมโน ตลอดจนของเล่นน่ารัก ๆ กว่า 60 ร้านค้า

งานนี้ไม่ต้องใช้หมองนั่งสมาธิ!!! อยากฟิน ต้องรีบมาในงาน “ตามรอย อิคคิวซัง” ระหว่างวันที่ 12 – 21 กรกฎาคม 2562 ณ ลานน้ำพุ ชั้น 1 ศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์ ถนนศรีนครินทร์

ขอบคุณข่าว Mthai

ประโยชน์ที่ต้องบอกต่อของ “อาหารเพื่อสุขภาพ”

ปัจจุบันนี้คนส่วนใหญ่มักจะมุ่งเน้นแต่ทำงานให้ประสบความสำเร็จ ทุ่มเทแรงกายแรงใจและเวลาให้กับการทำงานเสียหมดจนบางครั้งละเลยที่จะใส่ใจดูแลสุขภาพของตนเอง ส่งผลให้เกิดอาการเจ็บป่วย บางคนถึงขั้นล้มหมอนนอนเสื่อกันเลยก็มี ดังนั้นถ้าคุณไม่อยากถึงกับเข้าโรงพยาบาลก็ควรเริ่มหันมาดูแลเอาใจใส่สุขภาพโดยเริ่มต้นจากการกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ควรพยายามทานอาหารที่มีสารอาหารจำเป็นต่อร่างกายในปริมาณที่เหมาะสม

อาหารเพื่อสุขภาพคือ ก่อนที่เราจะกินอาหารเพื่อสุขภาพเราจำเป็นต้องรู้ก่อนว่าอาหารเพื่อสุขภาพคืออะไร ซึ่งก็คือ อาหารที่มีสารอาหารครบทุกหมวดหมู่ถือว่ามีความจำเป็น และความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาร่างกาย จิตใจ รวมทั้งอารมณ์ การที่เราทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ นั้นจะทำให้เราได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนเมื่อเราได้รับสารอาหารครบถ้วนก็จะส่งผลให้ร่างกายได้รับพลัง แข็งแรงพร้อมที่จะลุยงานต่างๆได้อย่างกระปรี้กระเปร่า ที่สำคัญยังห่างไกลจากโรคร้ายแรงต่างๆ

อาหารเพื่อสุขภาพ มีอะไรบ้าง

อย่างที่กล่าวไว้ว่าอาหารเพื่อสุขภาพคือการกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ซึ่งจะประกอบไปด้วย โปรตีน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน เกลือแร่ ไขมัน โดยแต่ละหมู่ก็จะมีหน้าที่ที่แตกต่างกันออกไป เช่น

  • โปรตีน ประกอบด้วยเนื้อสัตว์ นม ไข่ ถั่วต่างๆ ซึ่งโปรตีนมีหน้าที่สำคัญคือช่วยในการเจริญเติบโต ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
  • คาร์โบไฮเดรต จะได้แก่ แป้ง ข้าว ขนมปัง เป็นต้น โดยมีหน้าที่ให้พลังงาน
  • วิตามิน เกลือแร่ จะได้จากผัก ผลไม้ต่าง เพราะในผักมีกากใยและไฟเบอร์ที่จะช่วยในระบบขับถ่าย
  • ไขมัน จะเป็นจำพวกไขมันที่ได้จากพืชและสัตว์ซึ่งจะช่วยทำให้ร่างกายของเราอบอุ่น

อาหารที่มีประโยชน์ อาทิเช่น

  • ไข่ไก่ เป็นแหล่งสะสมของโปรตีนคุณภาพสูง ที่ให้พลังงานแต่ไม่ทำให้อ้วน ช่วยบำรุงสายตา
  • ถั่ว เป็นสารอาหารที่ช่วยในการส่งผ่านออกซิเจนจากปอดไปยังเซลล์ต่างๆของร่างกายและมีไฟเบอร์ช่วยในการขับถ่ายได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

ประโยชน์ที่จะได้รับ

อาหารเพื่อสุขภาพนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการทำให้สุขภาพแข็งแรง ผิวพรรณเปล่งปลั่ง สดใส มีสุขภาพจิตที่ดี  เป็นต้น ซึ่งอาหารเพื่อสุขภาพเหล่านี้จะทำให้ร่างกายของเราพร้อมที่จะทำกิจกรรมในแต่ละวันได้อย่างเต็มที่ และต้านโรคภัยต่างๆได้เป็นอย่างดี

จะเห็นได้ว่าอาหารเพื่อสุขภาพหารับประทานได้ไม่ยาก ดังนั้นการเลือกรับประทานอาหารเราจึงควรเลือกให้เหมาะสมกับร่างกาย ควรกินในปริมาณที่พอเหมาะ แต่ถ้าจะให้ผลดีมากกว่านี้ เราก็จะต้องออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย เพื่อที่เราจะได้มีสุขภาพที่ดี ห่างไกลจากโรคอีกด้วยคะ

Apple ปิด Walkie Talkie บน Apple Watch ชั่วคราว หลังพบช่องโหว่ แอบดักฟัง

Apple ปิด  Walkie Talkie บน Apple Watch ชั่วคราว หลังทราบว่า ฟีเจอร์นี้มีช่องโหว่ที่สามารถแอบดักฟังได้ โดยตอนนี้จะไม่สามารถคุยสื่อสารผ่าน Walkie Talkie จนกว่าจะแก้ปัญหาเรียบร้อย อย่างไรก็ตามแอป Walkie Talkie ยังมีอยู่บน watchOS5 อยู่ แต่ถูกปิดใช้ไม่ได้

ทั้งนี้ Apple เผยผ่านทาง Techcrunch ว่า เราเพิ่งทราบถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับแอพ Walkie-Talkie บน Apple Watch และได้ปิดการใช้งานไปก่อน เราขออภัยในความไม่สะดวกให้กับลูกค้าและจะเปิดบริการได้ตามปกติในเร็วๆนี้  เราให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของลูกค้าเป็นอย่างมาก เราต้องขออภัยอีกครั้งสำหรับปัญหานี้และความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น 

Apple ปิด Walkie Talkie

ข้อมูลจาก Techcrunch

ตะลุยสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ ซึ่งนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติดังทั่วโลกของประเทศไทย

สำหรับใครที่มีแอปพลิเคชันอินสตาแกรม แล้วติดตามเหล่าอินฟลูเอนเซอร์สายท่องเที่ยวทั้งหลาย คงจะได้เห็นสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ ทั่วโลก แล้วก็ตามหาว่าสถานที่เหล่านั้นอยู่ที่ไหนกันนะบนโลกใบนี้ อยากไปเที่ยวแบบนั้นบ้างจัง แต่รู้ไหมคะว่าเมืองไทยของเราก็สวยไม่น้อยหน้าไปกว่าต่างประเทศเลยนะ นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต่างอยากมาเยี่ยมเยือนบ้านเรามากมายเช่นกัน ซึ่งวันนี้เราก็ได้คัดสรรสถานที่ท่องเที่ยวไทยสวย ๆ ที่ฮอตฮิตในเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ชาวต่างชาติมาฝากกันด้วย ไปเช็กเลยค่ะว่าเคยไปเที่ยวมาครบหรือยัง

1. วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ

สถานที่ท่องเที่ยวไทย

          วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร นอกจากจะเป็นสถานที่สำคัญอันดับต้น ๆ ของกรุงเทพฯ แล้ว ก็ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสวยติดอันดับโลกอีกด้วย และแน่นอนว่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมาเที่ยวกรุงเทพฯ ก็ต้องแวะมาเช็กอินกันที่นี่ รวมทั้งเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ที่มักจะถ่ายรูปคู่กับพระปรางค์ ซึ่งหลังจากที่มีการบูรณะ ก็จะเห็นลวดลายกระเบื้องสวยงาม โดนใจคนที่ชอบถ่ายรูปชิค ๆ ไม่ว่าจะโพสมุมไหนก็สวย 

          สำหรับการเข้าชมพระปรางค์ คนไทยไม่มีค่าเข้าชม ต้องแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย เปิดให้เข้าเที่ยวชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00-18.00 น. 

2. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ 

สถานที่ท่องเที่ยวไทย

          วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) และพระบรมมหาราชวัง เป็นสถานที่ท่องเที่ยว The Must ของเมืองไทย ไม่ว่าใครได้มาถึงกรุงเทพฯ แล้ว เป็นต้องมาเช็กอินที่นี่กันให้ได้สักครั้ง ภายในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพระบรมมหาราชวัง เต็มไปด้วยอาคารซึ่งมีสถาปัตยกรรมสวยงาม ตกแต่งทั้งภายนอกและภายในงดงามตามแบบศิลปะไทย ในส่วนของวัดพระศรีรัตนศาสดารามก็มีพระศรีรัตนเจดีย์สีเหลืองทองอร่าม พระอุโบสถตกแต่งด้วยกระเบื้องลวดลายสวยงาม กลายเป็นสถานที่ถ่ายรูปสุดฮิตของเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ไปโดยปริยาย 

          การเข้าเที่ยวชมวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพระบรมมหาราชวัง สามารถเข้าเที่ยวชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. ปิดการจำหน่ายตั๋วเวลา 15.30 น. แต่งกายสุภาพเพื่อเข้าชม นักท่องเที่ยวชาวไทยเข้าชมฟรี

3. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ 

สถานที่ท่องเที่ยวไทย

          วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือวัดโพธิ์ ตั้งอยู่ใกล้กับวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพระบรมมหาราชวัง เป็นอีกหนึ่งจุดเช็กอินสุดฮิตของกรุงเทพฯ เป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมสวยงามอีกเช่นกัน โดยเฉพาะพระมหาเจดีย์สี่รัชกาล ซึ่งเป็นพระมหาเจดีย์ประจำพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 

          แต่ละพระมหาเจดีย์มีขนาดใหญ่ ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบ ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว ซุ้มประตูมีลักษณะเป็นไทยประยุกต์แบบจีนสีแดงสดใส มีตุ๊กตาหินจีนประดับอยู่ประตูละ 1 คู่ และจุดนี้นี่เองที่ถูกอกถูกใจอินฟลูเอนเซอร์ทั้งหลาย ถ่ายรูปสวยปังกันทุกคน ที่นี่เปิดให้เข้าเที่ยวชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. คนไทยเข้าเที่ยวชมฟรี ต้องแต่งกายสุภาพ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Wat Pho (วัดโพธิ์) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร

4. วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร กรุงเทพฯ 

สถานที่ท่องเที่ยวไทย

          วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร เป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมสวยงาม ทั้งพระอุโบสถ ศาลาสี่สมเด็จ พระที่นั่งทรงธรรม หอระฆังบวรวงศ์ พระที่นั่งผนวช ฯลฯ โดยเฉพาะพระอุโบสถ ซึ่งมีศิลปะแบบรัตนโกสินทร์ตอนต้น หลังคาซ้อนกัน 5 ชั้นมุงกระเบื้องกาบูสีเหลือง ลักษณะเป็นกาบโค้ง ประดับประดาด้วยช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ ลงรักปิดทอง ตัวอาคารก็ประดับด้วยหินอ่อนงดงาม เป็นสถานที่ถ่ายรูปสวย ๆ ของกรุงเทพฯ อีกหนึ่งแห่ง 

          มุมที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมักจะถ่ายโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย ก็คือ บริเวณซุ้มประตูเข้าพระอุโบสถทางด้านหลัง ซึ่งจะเห็นทั้งลวดลายของซุ้มประตูและพระอุโบสถเต็มอาคาร เปิดให้เข้าเที่ยวชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น. คนไทยเข้าชมฟรี แต่งกายสุภาพเรียบร้อย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ watbenchama.com

5. ตลาดนัดรถไฟรัชดา กรุงเทพฯ

สถานที่ท่องเที่ยวไทย

ภาพจาก Picnote / Shutterstock.com

          ตลาดนัดรถไฟรัชดา เป็นตลาดนัดใจกลางกรุง ที่ได้รับความนิยมจากคนกรุงเทพฯ มาตั้งแต่มีการเปิดตลาด และยังฮอตฮิตในหมู่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในช่วง 2-3 ปีมานี้ด้วย เพราะที่นี่เป็นแหล่งรวมสินค้ามากมาย ทั้งเสื้อผ้าแฟชั่นราคาไม่แพง เครื่องประดับ รองเท้า อุปกรณ์มือถือ ฯลฯ และที่สำคัญยังมีร้านอาหารแนวสตรีตฟู้ดให้ชิมลิ้มลองมากมาย ราคาก็ย่อมเยา มีหลายเมนูให้เลือกตามใจชอบ แต่รู้หรือไม่ว่าสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้มาเยี่ยมเยือนที่นี่จริง ๆ นั้น เป็นเพราะร่มหลากสีสัน ซึ่งมีการถ่ายภาพของตลาดแห่งนี้ยามค่ำคืนในมุมสูง มองเห็นเป็นร่มเล็ก ๆ มากมายสีสันสดใส จึงกลายเป็นตลาดที่น่าเดินอีกหนึ่งแห่งของกรุงเทพฯ รองจากตลาดนัดจตุจักรไปแล้ว 

6. วัดร่องขุ่น จังหวัดเชียงราย

สถานที่ท่องเที่ยวไทย

          วัดร่องขุ่น แลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัดเชียงราย เป็นผลงานการออกแบบและก่อสร้างโดย อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ เป็นศาสนสถานที่มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามแปลกตา สีขาวผุดผ่องงดงามดังสวรรค์ มีลวดลายไทยอ่อนช้อยสวยงาม และยังแฝงไปด้วยคติทางธรรม ภายในพระอุโบสถ ประกอบด้วยภาพเขียนสีทองตามผนังทั้ง 4 ด้าน เพดานและพื้นเป็นภาพเขียนที่แสดงถึงการหลุดพ้นจากกิเลสมาร มุ่งเข้าสู่โลกุตรธรรม จึงทำให้ที่นี่โด่งดังไปทั่วโลก นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้ความสนใจมากมาย มีมุมให้ถ่ายรูปสวย ๆ เพียบ 

          วัดร่องขุ่น เปิดให้เข้าเที่ยวชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. คนไทยเข้าชมฟรี ต้องแต่งกายสุภาพเรียบร้อย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ วัดร่องขุ่น.com

7. ไร่ชา จังหวัดเชียงราย 

สถานที่ท่องเที่ยวไทย

          สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงรายที่ฮอตฮิตมาก ๆ นอกจากวัดร่องขุ่นแล้ว ก็คงหนีไม่พ้นไร่ชากว้างใหญ่ไกลสุดลูกหูลูกตา ภาพของแปลงชาที่ปลูกเรียงรายเป็นระเบียบลดหลั่นกันลงไปตามเชิงเขา ชาวบ้านแต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองเก็บยอดชาท่ามกลางท้องฟ้าสดใส เป็นภาพงามตาที่ใคร ๆ ก็อยากมาเห็นด้วยตาตัวเองกันสักครั้ง สำหรับไร่ชาในจังหวัดเชียงรายมีหลากหลายแห่ง อาทิ ไร่ชาฉุยฟง, ไร่ชา 101, ไร่ชาวังพุดตาล, สิงห์ปาร์ค, ไร่ชาหงษ์ฝู่, ไร่ชาวาวี เป็นต้น 

8. อุโมงค์ต้นไม้ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ จังหวัดเชียงใหม่ 

สถานที่ท่องเที่ยวไทย

ภาพจาก JKwirote / Shutterstock.com

          สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ตั้งอยู่ที่ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เต็มไปด้วยพืชพรรณต่าง ๆ และจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโซนเรือนกระจก, สวนดอกกุหลาบ, วัลยชาติ, สวน 77 พรรษา, พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติ, Canopy Walkway, เรือนกล้วยไม้, สวนรุกขชาติ, อุทยานขิง-ข่า, Banana avenue เป็นต้น แต่จุดที่กำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ก็คือ อุโมงค์ต้นไม้ เวลาที่แสงตกกระทบจะสวยมาก ราวกับสวนในเทพนิยายเลยทีเดียว 

          สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เปิดให้เข้าเที่ยวชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. ค่าเข้าชม คนไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ qsbg.org และเฟซบุ๊ก สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

9. วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ 

สถานที่ท่องเที่ยวไทย

          วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร เป็นวัดที่สำคัญมากที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่บนเขาสูง สร้างตามแบบสถาปัตยกรรมล้านนา มีเจดีย์ทรงเชียงแสน ฐานสูงย่อมุมระฆังทรงแปดเหลี่ยมปิดด้วยทองจังโก 2 ชั้นสวยงามอร่ามตา ทางขึ้นเป็นบันไดนาคเจ็ดเศียรก่อปูน ไม่ว่าใครได้มาเห็น เป็นต้องหลงรักที่นี่ มีมุมให้ถ่ายรูปสวย ๆ มากมาย ที่นี่เปิดให้เข้าเที่ยวชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น. 

10. งานยี่เป็ง จังหวัดเชียงใหม่ 

สถานที่ท่องเที่ยวไทย

          ประเพณียี่เป็ง จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับความสนใจทั้งจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งนอกจากกิจกรรมแต่งกายแบบล้านนา ทำบุญที่วัดวาอารามต่าง ๆ ลอยกระทงในแม่น้ำลำคลองแล้ว ก็ยังมีการลอยโคมกระดาษขึ้นสู่ท้องฟ้า หากมีการลอยพร้อม ๆ กัน ก็จะปรากฏเป็นโคมไฟดวงสีเหลืองนวลเต็มฟากฟ้า สวยงามตระการตามาก ๆ 

สถานที่ท่องเที่ยวไทย

          นอกจากนี้ก็ยังมีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ก็คือ “วัดพันเตา” ซึ่งทางวัดจะจุดผางประทีป หรือต้นเทียนที่ทำมาจากดินเผา ไว้รอบ ๆ วัด สวยงามแปลกตา ไม่เหมือนที่ไหนในโลกแน่นอน 

11. ปางช้าง เชียงใหม่ 

สถานที่ท่องเที่ยวไทย

          สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ การได้มาเที่ยวไทยแล้วต้องได้ถ่ายรูปคู่กับช้าง เป็นอีกสิ่งที่หลาย ๆ คนตั้งเป้าไว้เลยทีเดียว ซึ่งในบ้านเราก็มีปางช้างเปิดมากมาย แต่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจะเป็นปางช้างในจังหวัดเชียงใหม่ เพราะจะได้ทำกิจกรรมกับช้างหลากหลายรูปแบบ ทั้งการอาบน้ำช้าง การทำอาหารให้ช้าง การเลี้ยงช้าง การชมความสามารถของช้าง เป็นต้น และยังได้ชมวิถีชีวิตของช้างกับธรรมชาติอย่างแท้จริง ถ้าใครมีเวลาก็สามารถนอนในหมู่บ้านช้างได้ด้วย เป็นกิจกรรมที่น่าสนใจไม่น้อยเลยใช่ไหมล่ะ 🙂 

12. อ่าวมาหยา จังหวัดกระบี่ 

สถานที่ท่องเที่ยวไทย

          อ่าวมาหยา เป็นเพชรเม็ดงามแห่งอันดามัน มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก มีลักษณะเป็นอ่าวโค้งครึ่งวงกลม มีภูเขาหินปูนโอบล้อมทั้งสองด้าน หาดทรายบริเวณด้านหน้าอ่าวเป็นสีขาวสวยงาม น้ำทะเลเป็นสีฟ้าสวยใส มองเห็นไปจนถึงแนวปะการังใต้ท้องทะเลได้หลายเมตร ในช่วงที่คลื่นลมสงบ ท้องฟ้าสดใส บางวันจะสามารถเห็นเงาเรือสะท้อนที่พื้นผิวทรายใต้ทะเลได้เลยทีเดียว จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมที่นี่จึงได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 

          ณ วันที่ 24 มกราคม 2562 อ่าวมาหยายังคงปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชม เพราะอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ต้องการฟื้นฟูธรรมชาติทั้งใต้ทะเลและบนบกของอ่าวมาหยาให้กลับมาสวยงามดังเดิม 

13. เขาตะปู จังหวัดพังงา 

สถานที่ท่องเที่ยวไทย

          เขาตะปู ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลเกาะปันหยี อำเภอเมืองพังงา โดดเด่นด้วยภูเขาหินรูปร่างคล้ายกับตะปูขนาดใหญ่ ตั้งตระหง่านอยู่กลางท้องทะเลบริเวณปากอ่าวพังงา ซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของน้ำทะเล จึงทำให้ส่วนที่จมอยู่ในน้ำนั้นมีขนาดเล็กลงเรื่อย ๆ เหมือนกับการตอกตะปูลงสู่ท้องทะเล ที่นี่ได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก หลังจากที่ภาพยนตร์เรื่องเจมส์ บอนด์ ตอนเพชฌฆาตปืนทอง ได้มาใช้เขาตะปูเป็นสถานที่ถ่ายทำ จึงเป็นที่มาของชื่อ เจมส์ บอนด์ ไอส์แลนด์ (James Bond Island) 

14. อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา

สถานที่ท่องเที่ยวไทย

          อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มีความเก่าแก่มากกว่า 600 ปี ปัจจุบันโบราณสถานหลายแห่งยังคงมีความสมบูรณ์สวยงาม จึงเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่จะได้ชมเมืองโบราณสุดอันซีน มีหลากหลายมุมให้ได้ถ่ายรูปสวย ๆ ไม่ว่าจะเป็นพระราชวังโบราณหรือพระราชวังหลวง, วัดพระศรีสรรเพชญ์, วัดราชบูรณะ, วิหารพระมงคลบพิตร, วัดมหาธาตุ, วัดไชยวัฒนาราม, วัดพุทไธศวรรย์ เป็นต้น 

          อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เปิดให้เข้าเที่ยวชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30-18.00 น. อัตราค่าเข้าชม 1 สถานที่ คนไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 50 บาท รวม 6 สถานที่ คนไทย 40 บาท ชาวต่างชาติ 220 บาท ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา Ayutthaya Historical Park

15. อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย 

สถานที่ท่องเที่ยวไทย

          สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ในเมืองไทย นอกจากอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาแล้ว ก็ยังมีอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ มีลักษณะเป็นเมืองโบราณ อายุหลายร้อยปี มีโบราณสถานต่าง ๆ มากมาย อาทิ วัดมหาธาตุ, วัดชนะสงคราม, เนินปราสาทพระร่วง, วัดช้างล้อม, วัดตระพังเงิน, วัดศรีสวาย, วัดสระศรี, วัดศรีชุม, วัดพระพายหลวง, เขื่อนสรีดภงค์ หรือทำนบพระร่วง, วัดช้างรอบ เป็นต้น 

          อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00-21.00 น. อัตราค่าเข้าชม คนไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 40 บาท ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย

16. หาดไม้ขาว จังหวัดภูเก็ต 

สถานที่ท่องเที่ยวไทย

          หาดไม้ขาว เป็นชายหาดทอดยาวไปกับท้องทะเลอันดามัน ซึ่งติดกับสนามบินนานาชาติภูเก็ต ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในหาดทรายสุดอันซีนของโลก ด้วยเวลาที่เครื่องบินร่อนขึ้น-ลงนั้น จะบินต่ำมาก เหมือนกับบินเฉียดศีรษะของนักท่องเที่ยวที่ยืนอยู่บริเวณริมชายหาด ดูน่าตื่นเต้นสุด ๆ อ๊ะ ๆ แต่ใช่ว่าจะได้เห็นภาพนี้ตลอดทั้งปีนะคะ เพราะถ้าช่วงไหนที่กระแสลมแรง เครื่องบินก็จะลงจอดอีกรันเวย์ เพราะฉะนั้นต้องเช็กกระแสลมก่อนไปเที่ยว โดยส่วนมากแล้วถ้าอยากจะได้ภาพสวย ๆ ต้องไปช่วงหน้าหนาว 

          การเดินเข้าไปยังหาดไม้ขาว แนะนำให้เดินไปจากทางฝั่งอุทยานแห่งชาติสิรินาถ หรือจะไปเข้าทางฝั่งซอยไม้ขาว 6 แล้วค่อย ๆ เดินเลาะชายหาดมายังหัวรันเวย์ 

17. เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

สถานที่ท่องเที่ยวไทย

          เกาะพะงัน ตั้งอยู่กลางท้องทะเลอ่าวไทย ใกล้กับเกาะสมุย เกาะเต่า และเกาะนางยวน มีชื่อเสียงในเรื่องของการจัดงานฟูลมูนปาร์ตี้ ซึ่งเป็นงานปาร์ตี้ริมชายหาดใต้แสงจันทร์ที่มีทั้งคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง และกิจกรรมสนุกสนานมากมาย นอกจากนี้บนเกาะพะงันก็ยังมีชายหาดสวย ๆ และแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอื่น ๆ ด้วย แต่จุดที่อินฟลูเอนเซอร์มักจะมาถ่ายรูปกันก็คือ “หาดวกตุ่ม” บนหาดแห่งนี้มีต้นมะพร้าวรูปร่างสวยงามแปลกตา บริเวณลำต้นโน้มเอนขนานไปกับชายหาด ส่วนที่ปลายยอดนั้นยืดตรงชี้ไปบนท้องฟ้า กลายเป็นจุดถ่ายรูปกับท้องทะเลสวย ๆ สุดอันซีนของเมืองไทยไปแล้วอีกหนึ่งแห่ง 

18. เกาะนางยวน จังหวัดสุราษฎร์ธานี 

สถานที่ท่องเที่ยวไทย

          เกาะนางยวน เป็นเพียงเกาะเล็ก ๆ กลางท้องทะเลอ่าวไทย ใกล้กับเกาะเต่า เกาะพะงัน และเกาะสมุย มีความโดดเด่นตรงที่มีชายหาดขาวโผล่พ้นน้ำทะเลขึ้นมาเป็นทางเดินเชื่อมระหว่าง 3 เกาะ ในบริเวณเดียวกัน ที่นี่มีรีสอร์ตเพียงแห่งเดียว บรรยากาศจึงเงียบสงบ โรแมนติก จนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติยกให้เป็นหนึ่งในเกาะฮันนีมูนที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก 

          จุดถ่ายรูปที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวจะอยู่บนจุดชมวิวของเกาะนางยวน จุดนี้จะสามารถมองเห็นสันทราย และทะเลโดยรอบได้กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ถ่ายรูปดูดีทุกองศา จึงไม่ควรพลาดที่จะไปเที่ยวชมที่นี่กันสักครั้ง 

19. สวนเสือ พัทยา จังหวัดชลบุรี 

สถานที่ท่องเที่ยวไทย

          สวนเสือ พัทยา หรือสวนเสือศรีราชา ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองขาม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และเชิงนันทนาการ โดยมีเสือเป็นไฮไลต์หลัก และมีฟาร์มจระเข้และมีสัตว์อื่น ๆ เป็นส่วนเสริม สำหรับการเข้าเที่ยวชมที่นี่นักท่องเที่ยวสามารถถ่ายรูปกับเสือตัวใหญ่ได้อย่างใกล้ชิด จึงเป็นที่ถูกอกถูกใจของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ การมาเที่ยวไทยแล้วต้องได้ถ่ายรูปกับเสือ ก็เหมือนเป็นอีกหนึ่งมิชชั่นที่ต้องทำกันเลยทีเดียว 

          สวนเสือ พัทยา เปิดให้เข้าเที่ยวชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น. ราคาค่าเข้าชมเริ่มต้นที่ 40 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก Tiger Park Pattaya

20. จุดชมวิวเสม็ดนางชี จังหวัดพังงา

สถานที่ท่องเที่ยวไทย

          จุดชมวิวเสม็ดนางชี ตั้งอยู่ที่ตำบลคลองเคียน อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา จากไร่สับปะรดธรรมดาได้กลายมาเป็นจุดชมวิวสวยหลักล้าน ด้วยสามารถมองเห็นวิวของอ่าวพังงาได้กว้างไกล เห็นเขาหินปูนน้อยใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ในท้องทะเล พร้อมทั้งยังจะได้ชมวิวของพระอาทิตย์ขึ้นได้แบบสวยงามสุด ๆ ซึ่งก็กลายเป็นทั้งโลเคชั่นถ่ายทำรายการและมิวสิกวีดีโอของนักร้องดังหลาย ๆ คนด้วย 

21. ตลาดร่มหุบ จังหวัดสมุทรสงคราม 

สถานที่ท่องเที่ยวไทย

          ตลาดร่มหุบ ตั้งอยู่ที่ตำบลแม่กลอง อำเภอเมืองสมุทรสงคราม เป็นตลาดที่มีความแปลกไม่เหมือนที่ไหนในเมืองไทย ด้วยตั้งติดกับทางรถไฟแบบระยะประชิด เวลาที่รถไฟมาชาวบ้านก็จะรีบเก็บข้าวของอย่างมืออาชีพเข้าหลบข้างทางรถไฟ พอรถไฟออกจากสถานีก็กลับมาตั้งขายของกันใหม่ กลายเป็นความอันซีนที่ใคร ๆ ก็อยากเห็น และด้วยความที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ เดินทางง่าย นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจึงนิยมไปเที่ยวและถ่ายรูปกับสถานีรถไฟแห่งนี้ 

22. เขาหงอนนาค จังหวัดกระบี่

สถานที่ท่องเที่ยวไทย

ภาพจาก Daliusposus / Shutterstock.com

          เขาหงอนนาค ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ พพ.4 (ทับแขก) ตำบลหนองทะเล อำเภอเมืองกระบี่ ไฮไลต์ของที่นี่อยู่ตรงที่จุดชมวิว ซึ่งมีชะง่อนหินโผล่พ้นออกมาจากหน้าผาสูงจากพื้นดินมากกว่า 500 เมตร นักท่องเที่ยวที่ชอบผจญภัยจึงชอบไปท้าวัดใจกับจุดชมวิวนี้ นอกจากนี้ที่บริเวณนี้ยังสามารถมองเห็นป่าเขาและท้องทะเลของกระบี่ได้สวยงามสุด ๆ จึงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของกระบี่ไปแล้ว 

23. เกาะห้อง จังหวัดกระบี่ 

สถานที่ท่องเที่ยวไทย

          เกาะห้อง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทะเลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของจังหวัดกระบี่ ด้วยมีหาดทรายสวยรูปร่างแปลกตาคล้ายกับเสี้ยวพระจันทร์ มีภูเขาโอบล้อมอยู่ทั้งสองด้าน คล้ายกับเป็นหาดปิด อีกทั้งหาดทรายยังสะอาด น้ำทะเลสวยใส มีลากูนอยู่ด้านในเกาะ พร้อมด้วยจุดดำน้ำชมปะการัง และเกาะน้อยใหญ่รายล้อม สามารถเที่ยวได้แบบวันเดย์ทริป ถ่ายรูปสนุกสนานกับท้องทะเลได้ตลอดทั้งวัน 

24. หาดไร่เลย์ จังหวัดกระบี่

สถานที่ท่องเที่ยวไทย

          หาดไร่เลย์ ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ เป็นชายหาดที่ไม่มีถนนเข้าถึง จะต้องนั่งเรือไปเท่านั้น และด้วยความที่เข้าถึงยาก ทำให้หาดไร่เลย์กลายเป็นสถานที่พักผ่อนสุดชิลของนักท่องเที่ยวที่ชอบการพักผ่อนนอนอาบแดดแบบเงียบ ๆ แต่สิ่งที่ทำให้ที่นี่มีชื่อเสียงโด่งดัง ก็คือ กิจกรรมปีนหน้าผา ซึ่งจะปีนขึ้นไปยังจุดด้านบนของเขาหินปูน บางจุดก็เป็นถ้ำ มองเห็นท้องทะเลในมุมสูงได้แบบสวยอลังการ เหมาะแก่สายแอดเวนเจอร์อย่างแท้จริง 

25. สะพานข้ามแม่น้ำแควและทางรถไฟโค้งมรณะ จังหวัดกาญจนบุรี 

สถานที่ท่องเที่ยวไทย

          ทางฝั่งตะวันตกของบ้านเราก็ฮอตฮิตไม่น้อยหน้ากันค่ะ โดยเฉพาะที่จังหวัดกาญจนบุรี กับสะพานข้ามแม่น้ำแควและทางรถไฟสายมรณะ ประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องมาลองยืนอยู่บนทางรถไฟข้ามแม่น้ำในขณะที่รถไฟแล่นผ่าน มันดูหวาดเสียว น่าตื่นเต้นดีไม่น้อย หรือจะลองนั่งรถไฟข้ามสะพานแม่น้ำแคว แล้วไปพิชิตกับโค้งมรณะ ซึ่งเป็นเส้นทางรถไฟที่ลัดเลาะเลียบริมเขาสูง ก็น่าตื่นเต้นไม่แพ้กัน ในช่วงเวลาที่รถไฟยังไม่มาก็สามารถถ่ายรูปบนรางรถไฟได้อีกด้วย 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
watbenchama.comวัดร่องขุ่น.comqsbg.orgททท.sukhothai.go.thอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยเฟซบุ๊ก อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา Ayutthaya Historical Park และ Tiger Park Pattaya